WoD ตอนที่ 23 ปัญหา (1)
WoD ตอนที่ 23 ปัญหา (1)
ตามที่หลู่เซิ้งกำหนดไว้ในใจ พลังชี่ภายในของทักษะพลังร้ายสีดำเคลื่อนตามอย่างรวดเร็ว
รอบนี้เป็นด่านแรกของชี่พลังร้ายสีดำ
ความร้อนที่แผดเผารุนแรงขึ้นยิ่งกว่าเดิมมาก ในขณะที่เขากระตุ้นพลังชี่ภายใน มันก็โคจรผ่านเข้าไปยังกล้ามเนื้อ ผิวหนัง และ ไขกระดูกของเขา หลู่เซิ้งรู้สึกราวกับถูกไฟไหม้
ชี่ของพลังร้ายสีดำถูกปล่อยออกมาจากไตทั้งสองของเขาไหลไปด้านหลังเอวของเขาและไหลเข้าไปในแขนขวาของเขาก่อนที่จะรวมกันในฝ่ามือขวาของเขาและส่งต่อไปยังกระบี่ยาว
“ฉีก!!”
กระบี่ฟาดไปในอากาศ เกิดเสียงเหมือนกระดาษฉีกขาดจากนั้นก็ทะลวงเข้าไปในลำต้นของต้นไม้ด้านหน้าเขา
กระบี่แทงลึกเข้าไปในลำต้นกว่าครึ่งก่อนที่มันจะปักติดและหยุดลง
ทรงพลัง!
หัวใจของหลู่เซิ้งกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
เขารู้สึกได้ว่าเขามีการพัฒนาครั้งใหญ่
ด้วยความทรมาณจากอาการเจ็บปวดตามร่างกาย หลู่เซิ้งจึงลากตัวกลับเข้าไปในกระท่อมเพื่อพักผ่อน
ในวันต่อมาเขาไม่ทำอะไรเลยนอกจากการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการนอนหลับและพักผ่อน
ในที่สุดเขาก็โคจรทักษะกระเรียนหยกในอัตราที่เร็วขึ้นได้ ทักษะกระเรียนหยกช่วยเสริมสร้างร่างกายและช่วยรักษาอาการของเขาให้หายเร็วขึ้น
เขาจำเป็นต้องเตรียมการอย่างเพียบพร้อมเพื่อที่จะทะลวงระดับสองต่อไป
เพราะมันมีทั้งหมดสามระดับที่เขาสามารถบ่มเพาะได้ในตำราทักษะพลังร้ายสีดำ!
***
ที่คฤหาสน์หลู่ในเมืองจั่วเหลียน
พี่สาวหยูถือตะกร้าในมือของเธอ ด้านในมีไข่ลวกไม่กี่ฟอง เค้กถั่วเหลือง และเนื้อรมควันสองชิ้น
เธอเดินออกจากคฤหาสน์หลู่ผ่านประตูด้านข้าง กล่าวทักทายยามที่ประตูและเดินออกไปตามตรอกเล็กๆ
ในตรอกเด็กเล็กที่มัดจุก 2 คนวิ่งไปรอบๆ อย่างซุกซน เพื่อหวังจะฉกฉวยผลไม้หวานจากในมือของเด็กอีกคน
เมื่อเห็นสิ่งนี้พี่สาวหยูถอนหายใจ เธอนึกถึงแปดน้อยที่น่ารักเมื่อเขายังเด็กและวิ่งไล่ตามเธอเพื่อผลไม้หวาน
ในเวลานั้นเธอยังเด็ก เธอยังเป็นเพียงวัยรุ่น แต่ละวันเธอจะไปทำงานที่คฤหาสน์หลู่ บางครั้งเธอจะได้รับเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่เธอก็ไม่ได้ส่งให้พ่อแม่ของเธอ เธอเก็บใส่กระเป๋าไว้เป็นค่าใช้จ่าย
จากนั้นเธอก็จะใช้เงินนี้เพื่อซื้อขนมให้กับแปดน้อย เขาอายุเพียงไม่กี่ปีในเวลานั้น
แต่ตอนนี้…
เมื่อนึกถึงแปดน้อยที่สภาพจิตใจผิดปกติ เธอรู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก
เดินออกไปตามถนนสายหลักด้านหน้าทางเข้าคฤหาสน์ เธอกลับมาแสดงลักษณะปกติ เธอเลิกนึกถึงมัน เธอตัดสินใจที่จะเดินชมแผงลอยแต่ละแผงเพื่อหาซื้อของประดับเล็กสำหรับเด็กๆ ที่บ้าน
วันนี้เป็นวันหยุดที่หายาก เธอต้องกลับไปบ้านเพื่อพักผ่อน เธอตั้งใจจะนำสิ่งที่น่าประหลาดใจสำหรับสามีและลูกๆ ของเธอ
“ลูก ลูกของข้า!”
ทันใดนั้นที่มุมหนึ่งเธอเห็นผู้หญิงที่มีลักษณะกระเซอะกระเซิง เธอนั่งสับสนที่มุมกำแพงพัมบ่นกับตัวเองด้วยเสียงเบาๆ
ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นทำให้เธอรู้สึกค่อนข้างคุ้นเคยราวกับว่าเธอเคยเห็นผู้หญิงคนนั้นมาจากที่ไหนสักแห่งมาก่อน แต่ไม่สามารถนึกออก
เธอมองตาและรู้สึกสงสารผู้หญิงคนนั้น
จากนั้นเธอก็หยิบเค้กจากตะกร้าของเธอแล้ววางไว้ตรงหน้าผู้หญิงคนนั้น
“กินเสีย โลกนี้ช่าง… เห้อ” เธอถอนหายใจ
เธอยืดตัวขึ้นและหันไปเลือกสิ่งที่ต้องการต่อไป
“ป๊าด”
ในชั่วพริบตาเธอรู้สึกเย็นๆ ที่มือขวา มีมือเปียกๆ และลื่นมาจับที่มือขวาของเธอแน่น
“เจ้าเห็นลูกของข้าไหม!”
เสียงพูด
พี่สาวหยูแปลกใจและรู้สึกเศร้า เธอหันกลับมา มันเป็นผู้หญิงคนที่นั่งอยู่บนพื้น
เธอจ้องเขม็งมาไปที่พี่สาวหยูด้วยดวงตาสีเลือดคู่หนึ่ง ดวงตาของเธอดูราวกับจะหลุดออกมาจากเบ้า
"เจ้ากำลังทำอะไร? ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!"
พี่สาวหยูรู้สึกหวาดกลัว ก่อนรีบสะบัดมือ และถอยห่างออกไปสองก้าว
“เจ้าป่วย!”
อย่างไรก็ตามผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำพูดใดๆ ในขณะที่เธอยังจ้องมองเธออย่างไม่สะทกสะท้าน
พี่สาวหยูสบถกับความโชคร้ายของเธอ หัวไปรอบๆ เธอก้มหน้าลงต่ำโดยไม่ตั้งใจจะซื้อของอีกต่อไป เธอรู้สึกมีอาการปวดอ่อนๆ บริเวณที่มือของเธอถูกจับ
ผ่านถนนสายนี้เธอเลี้ยวเข้าไปในตรอกเล็กๆ เพื่อที่จะเดินทางกลับบ้าน
แม้ว่าเส้นทางเงียบและเปล่าเปลี่ยว แต่ทางเส้นนี่ช่วยให้เธอประหยัดเวลาได้มากเนื่องจากเธอไม่จำเป็นต้องเดินอ้อมไกล
ในซอยต้องเลี้ยงสองถึงสามครั้งและค่อนข้างยาว ทั้งสองด้านถูกขนาบข้างด้วยบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังคาสูงอยู่ในระดับความสูงของคนทั่วไป ในซอยมีแอ่งน้ำสกปรกและครอกเกลื่อนมากมาย
พี่สาวหยูมองที่ข้อมือของเธอ ตำแหน่งที่เธอถูกคว้าก่อนหน้านี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง
“โชคไม่ดีเสียเลย! เหอะ…กลับไปข้าต้องทาครีมเสียแล้ว”
เธอข้ามแอ่งน้ำสกปรก แต่งานปักลายดอกไม้สีชมพูบนรองเท้าผ้าของเธอเปื้อนน้ำสกปรก เธออารมณ์เสียหนักขึ้นทันที
เธอกระทืบเท้าอย่างรุนแรงบนพื้นและเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าว
“ปัง”
ทันใดนั้นเธอชนกับใครบางคน
เธอเงยหน้าขึ้น
“เจ้าเห็นลูกของข้าไหม”
เป็นผู้หญิงที่เธอเพิ่งเจอก่อนหน้านั้น!
หัวใจของพี่สาวหยูเต้นแรงราวกับจะระเบิดออกจากอกของเธอ
เธอถอยหลังกลับไปหลายก้าวโดยไม่สังเกตว่าเธอเหยียบลงบนแอ่งน้ำสกปรก
“เจ้า เจ้า เจ้า!!!”
ดวงตาแดงก่ำของผู้หญิงคนนี้จ้องเขม็งที่พี่สาวหยู
“ลูก ลูกของข้า!”
พี่สาวหยูหันไปรอบๆ ตั้งใจที่จะวิ่งหนี
“ป๊าด”
มือผอมแห้งจับแขนของเธออย่างเหนียวแน่น
“เจ้าเห็นลูกของข้าไหม”
ผู้หญิงคนนั้นยังคงจ้องเขม็ง พร้อมกับใบหน้าที่ไร้อารมณ์ ขณะที่เธอพูดซ้ำไปซ้ำมา
"ช่วยด้วย…!"
เสียงดังลั่นไปได้ครึ่งตรอกก่อนที่มันจะเงียบลงในทันที...
***
สามวันต่อมา ที่คฤหาสน์หลู่
คิ้วของ หลิวซุ่ยยี่ นายหญิงสอง(แม่สอง)ขมวดขณะที่เธอนั่งบนม้านั่งไม้มองไปที่ญาติของพี่สาวหยูซึ่งมาสอบถามบางอย่าง
“พี่สาวหยูไม่ได้กลับไปงั้นเหรอ? เธอมาขอตัวลาเพื่อกลับบ้านไปหาครอบครัวเมื่อสามวันก่อนแล้วหนิ”
ญาติที่เป็นชายร่างกำยำคนนี้มีกลิ่นของโคลนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นลักษณะของเกษตรกร ขณะที่เขายืนอยู่ในห้องโถงพื้นที่ด้านข้างกลายเป็นเล็กทันที
“โดยปกติพี่สาวหยูจะกลับไปก่อนเวลา แต่ครั้งนี้ผู้คนในบ้านต่างเฝ้ารอแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของเธอ ดังนั้นเราจึงกังวล... บวกกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมือง… เหล่าเด็กๆ จึงขอให้ข้าน้อยมาที่นี่เพื่อสอบถาม…”
หลิวซุ่ยยี่ส่ายหัว
“เธอจากไปนานแล้ว เธอยังเอาเนื้อแห้งและขนนเค้กจากครัวไปด้วย... นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วถ้าเธอยังไม่ได้กลับไปแล้วเธอจะไปอยู่ที่ใด?"
เธอเริ่มรู้สึกกังวล
"ข่าวร้าย! ข่าวร้าย!"
ทันใดนั้นเสียงร้องอย่างเร่งด่วนดังขึ้นมานอกคฤหาสน์
หญิงสาวหน้าซีดและไม่สบายใจด้วยความตกตะลึงขณะที่วิ่งเข้ามา
“นายหญิงสอง! ข่าวร้าย! มีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่สาวหยู!”
“เกิดอะไรขึ้น!!” หลิวซุ่ยยี่ แม่สองลุกขึ้นยืนทันทีการแสดงออกบนใบหน้าของเธอเปลี่ยนไป
สีหน้าของชายร่างกำยำก็เปลี่ยนเป็นสีขาวเหมือนกระดาษเมื่อเขาเห็นหญิงสาวที่กำลังวิ่งเข้ามา
“มีบางคนพบศพของพี่สาวหยูในตรอกนอกเมือง เธอเสียชีวิตมาสองสามวันแล้ว!”
คำพูดของหญิงสาวทำให้แม่สองและชายร่างกำยำงต้องตะลึง
“เสียชีวิต... ?”
หลิวซุ่ยยี่สั่นสะท้านด้วยความตกใจ
***
หลายวันต่อมา...
หลู่เซิ้งลิ้มรสความรู้สึกของกระบี่ที่เขาถืออยู่ในมือของเขาอย่างละเอียด
ชี่พลังร้ายสีดำไหลจากภายในร่างกายของเขาไปยังใบมีดของกระบี่ สิ่งที่คล้ายกับอากาศร้อนถูกปล่อยออกจากร่างกายของเขาอย่างช้าๆ ทันใดนั้นก็กระจายตัวในกระบี่อย่างรวดเร็วเพื่อครอบคุมอย่างทั่วถึง
อาการบาดเจ็บของเขาฟื้นตัวขึ้นอย่างมาก
ในวันนี้เขาตัดสินใจว่าจะอัพเกรดทักษะพลังร้ายสีดำอีกครั้ง เพื่อทะลวงไประดับสอง
ตอนนี้ร่างกายของเขาคุ้นชินกับการกระตุ้นเกิดจากชี่พลังร้ายสีดำมากขึ้นเรื่อยๆ อาการบาดเจ็บที่เกิดจากการยกระดับควรเบากว่าครั้งก่อน
“ซูบ!”
เขาเริ่มฝึกทักษะพลังร้ายสีดำ
ทักษะพลังร้ายสีดำมีการเคลื่อนไหวทั้งหมดสามกระบวนท่า และสามารถแบ่งออกเป็นมากกว่าสิบการเคลื่อนไหว
ผสมผสานกับรูปแบบที่หลากหลายที่เขาได้เรียนรู้จากลุงจ้าว เขาได้สร้างกระบวนท่ากระบี่ที่สลับซับซ้อน
ในที่เปิดโล่งหน้ากระท่อมไม้ หลู่เซิ้งถือกระบี่ยาวในมือ ทั้งกระบี่และร่างของเขาเปล่งประกาย มีเสียงดังกึกก้องของอากาศที่ถูกตัดตลอดเวลา
ลำแสงกระบี่สีเงินเต้นรอบตัวเขาเป็นรูปทรงกลม ดูราวกับเขาถูกหุ้มอยู่ภายในรังไหม
กระบวนท่าของทักษะพลังร้ายสีดำนั้นหนักหน่วยและรุนแรง และมีลูกเล่นการฟันและการฟาดกระบี่มากมาย ดังนั้นการฝึกจึงค่อนข้างดุเดือด
หลู่เซิ้งฝึกฝนกระบี่ทั้งสามกระบวนท่าซ้ำไปซ้ำมานับสิบครั้ง ทำให้เลือดและชี่ของเขาเดือดพล่าน บางครั้งชี่พลังร้ายสีดำจะหลอมรวมเข้ากับกระบี่ยาวและเพิ่มพลังให้กับจังหวะของเขาอย่างมาก
ใช้ประโยชน์จากเลือดและชี่ที่กำลังเดือดพล่าน เขาถือกระบี่และทำสมาธิ
'น้ำเงินเข้ม!'
หน้าจอตัวปรังแต่งเด้งขึ้นมา
หลู่เซิ้งลงมืออย่างรวดเร็ว เขากดปุ่มดัดแปลงจากนั้นโฟกัสไปที่ทักษะพลังร้ายสีดำ
‘อัพเกรดทักษะพลังร้ายสีดำหนึ่งระดับ!’ เขากล่าวในใจอย่างเงียบๆ
"วูป"
ในทันที สถานะของทักษะพลังร้ายสีดำ ก้าวกระโดดจากระดับหนึ่งเป็นระดับสอง
เว้นแต่ว่าในช่วงเวลานี้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ไม่เร็วเหมือนครั้งก่อน
หลู่เซิ้งที่เพิ่งดัดแปลงเสร็จ เขารู้สึกว่าชี่พลังร้ายสีดำที่อยู่ในตัวเขาเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ชี่พลังร้ายสีดำจำนวนมากดูเหมือนจะก่อเป็นรูปเป็นร่างขึ้นและเติบโตขึ้นเป็นสองส่วนขนาดเท่ากำปั้น ไหลเวียนไปที่ไหล่แต่ละข้างของเขาตามลำดับ
‘มันดูเหมือนกับว่าร่างกายของข้ากำลังเกิดการปรับตัว ยิ่งกว่านั้นระดับที่สองเป็นการเพิ่มจำนวนของชี่พลังร้ายสีดำ มันควรจะไม่มีปัญหา '
หลู่เซิ้งอ่านจากตำรา ระดับที่สองเป็นระดับที่ปลอดภัยที่สุดซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เขากล้าที่จะทะลวงโดยตรงในระหว่างการฝึกกระบี่
หลังจากผ่านไปสู่ระดับที่สองแล้ว หลู่เซิ้งรู้สึกว่าพลังสำรองในร่างกาย ที่ร่างกายของเขาเก็บสะสมไว้ก่อนหน้านี้หมดไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังชี่สะสมของทักษะกระเรียนหยก
นี่เป็นทักษะชี่ที่หล่อเลี้ยงร่างกาย ตามปกติภายใต้การฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งของเขามันควรจะส่งผลให้ฉีรวมตัวกันและควบแน่นเป็นก้อนชี่ที่หน้าอกของเขา
หลังจากความหนาของพลังชี่ภายในถึงขีดจำกัด ก้อนพลังชี่จะส่งสัญญาณบ่งบอกว่ามันเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น
แต่เพียงการพัฒนาเดียวของทักษะพลังร้ายสีดำ ทำให้ก้อนพลังชี่ของทักษะกระเรียนหยกหมดไป มันกลายเป็นว่างเปล่าในพริบตา
นอกจากนี้พลังชี่ภายในที่หนาและอัดแน่นในตอนแรกของทักษะกระเรียนหยก ถูกลดขนาดมาเหลือเท่าเข็มเย็บปักถักร้อยทันที
หลังทะลวงผ่านระดับสองจิตใจของหลู่เซิ้งถูกขัดเกลาเล็กน้อย
หลังจากสังเกตเวลา เขาก็พึ่งมารู้ตัวว่าตอนนี้เป็นเวลาอาหารกลางวันแล้ว
“นายน้อยจดหมายฉบับใหม่มาถึงแล้ว!”
เฉียวน้อยถือกล่องอาหารขณะที่เธอเดินเข้ามาจากประตูลานและในมือโบกซองจดหมายสีเหลืองที่มีประทับตราสีแดง
“ให้ข้าดู”
หลู่เซิ้งเก็บกระบี่เข้าฟักข้างลำตัว จากนั้นก็รับจดหมายที่เฉียวน้อยนำมา
เปิดจดหมาย เขาอ่านมันอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นมืดมนอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาเก็บจดหมายไว้
“เฉียวน้อยถึงเวลาที่เราจะต้องกลับไปแล้ว” เขากล่าวอย่างใจเย็น
“กลับไปที่คฤหาสน์หลู่เหรอเจ้าค่ะ”
เฉียวน้อยประหลาดเล็กน้อย ก่อนจะร่าเริง
“ถูกต้อง กลับบ้านกันเถอะ” หลู่เซิ้งพยักหน้า
พวกเขาทั้งสองเก็บกระเป๋าในระยะเวลาอันสั้นหลังจบอาหารกลางวันและทิ้งโน้ตไว้ที่ทางเข้าลาน จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังเมืองจั่วเหลียนอย่างรวดเร็ว
จากกระท่อมไม้ในป่าเล็กๆ ไปยังเมืองจั่วเหลียนเป็นการเดินทางประมาณแปดหรือเก้าไมล์เท่านั้น
กระบี่ยาวแขวนอยู่ด้านหลังของหลู่เซิ้ง มันเป็นกระบี่ธรรมดาที่ทำจากเหล็กชั้นดีแทนที่จะเป็นอาวุธที่โด่งดัง อย่างไรก็ตามจุดเด่นของมันคือความทนทานและน้ำหนัก ซึ่งมั่นใจได้ว่ามันจะไม่ถูกทำให้เสียหายได้ง่ายๆ
ทั้งคู่ต่างเร่งความเร็วไปยังเมืองจั่วเหลียน เฉียวน้อยตายลงกลางทาง ทำให้หลู่เซิ้งต้องแบกเธอไปอีกครึ่งทาง จนเธอสามารถประคองตัวมาจนจบการเดินทางได้
หลู่เซิ้งกำลังฝึกทักษะพลังร้ายสีดำควบคู่ไปกับการฝึกเทคนิคกระบี่อย่างขยันขันแข็งทุกวัน ดังนั้นร่างกายของเขาจึงเจริญเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องการกระตุ้นการเติบโตของพลังชี่จากทักษะพลังร้ายสีดำ
ทุกครั้งที่มันโคจรรอบร่างกายของเขา มันให้ความรู้สึกเหมือนลูกบอลร้อนๆ ที่ไหลทั่วร่างกายเพื่อบำรุงกล้ามเนื้อและกระดูก
ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น