WoD ตอนที่ 11 ซุ่มตัว (1)
WoD ตอนที่ 11 ซุ่มตัว (1)
“แน่นอน” หลู่เซิ้งแตะหน้ากากสือ ในใจเขาระวังตัวมากขึ้น “เป็นไปได้ไหมว่าวานเอ๋อมีช่องทาง?”
“วานเอ๋อมีวิธีหาตำราลับเพื่อคุณชาย แต่คุณชายจะสนใจแลกมันด้วยอะไร?” ด้วนมู่วานถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวล
ช่างเป็นข้ออ้างที่กล้าหาญ มีช่องทางบางส่วน? แม้แต่เจ้าเมืองก็ไม่กล้าที่จะพูดเช่นนี้ หลู่เซิ้งต้องระมัดระวังมากขึ้นไปอีก
“คุณหญิงวาน ต้องการแลกด้วยอะไร เงิน ทอง หรืออย่างอื่น”
“ราคาเท่ากันกับศิลปะการต่อสู้พลังร้ายสีดำนี่เป็นยังไงล่ะ?” ด้วนมู่วานยิ้ม
“ถ้าคุณหญิงวานสามารถนำตำราเหล่านั้นมาให้ฉันได้จริงๆ ...” หลู่เซิ้งตอบกลับอย่างจริงจังขณะมองผู้หญิงคนนี้อย่างลึกลับ
ด้วนมู่วานไม่ได้สนใจสายตาของหลู่เซิ้งและหัวเราะออกมา
“คุณชายไม่จำเป็นต้องกังวล วานเอ๋อเพียงเห็นว่าคุณชายมีหน้าตาที่หล่อเหลาและมีบรรยากาศพิเศษ และฉันอาจต้องการได้รับความช่วยเหลือจากคุณชายในภายหน้า”
หลู่เซิ้งเชื่อเธอ
รถม้าเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ และเข้ามาในเมืองไม่นานหลังจากนั้นก็หยุดอยู่ที่หน้าประตูโรงแรมว่านฟู
ด้วนมู่วานและคนคุ้มกันของเธอลงไป แล้วเดินไปในโรงแรมภายใต้การต้อนรับที่อบอุ่นของพนักงานต้อนรับจากโรงแรม
บนรถหลู่เซิ้งมองดูอย่างเงียบๆ ขณะที่ทั้งสองร่างหายตัวไปภายในโรงแรม ใบหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลง จึงไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
“กลับกันเถอะ” เขาสั่ง
จากนั้นคนคุมม้าก็รู้สึกตัว ราวกับว่าเขาเพิ่งตื่นจากความฝันเช็ดน้ำลายที่มุมปาก จากนั้นเขากระตุ้นม้าเพื่อเดินทางต่อ
สำหรับการ์ดทั้งสาม พวกเขาไม่ได้ดีขึ้นความผิดหวังฉายอยู่บนใบหน้าของพวกเขา เมื่อเห็นด้วนมู่วานจากไป
***
ในตอนเช้าของวันที่สอง หลังกลับเข้ามาในคฤหาสน์ เจิ้งเซี่ยนกุ้ยมาพบเป็นการส่วนตัว เห็นได้ชัดว่าเป็นการขอโทษสำหรับเหตุการณ์เมื่อวาน
พวกเขาทั้งสองนั่งในสวนหลังบ้าน โต๊ะหินเต็มไปด้วยขวดไวน์และกับแกล้ม ถั่วลิสงและหัวไชเท้าเย็น
ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง การกินอาหารดังกล่าวกลับสดชื่นอย่างไม่น่าเชื่อ
“ฉันต้องดื่มแก้วนี้!”
เจิ้งเซี่ยนกุ้ยพูดอย่างจริงจังขณะจิบแก้วไวน์ของเขา
“เมื่อวานฉันไม่ได้ดูแล เมื่อฉันได้ยินเกี่ยวกับข่าวนั้นมันทำให้ฉันกลัว หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับคุณฉันไม่สามารถชดใช้ให้ตระกูลหลู่ได้ แม้ว่าฉันจะตัดเนื้อทั้งหมดออกจากร่างกายของฉันก็ตาม"
หลู่เซิ้งส่ายหัว “มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า ฉันเป็นคนที่ยืนยันให้เจ้าต้องทำ” เขาแย้ง
เจิ้งเซี่ยนกุ้ย กระดกไวน์ไปอีกอึกแล้วกระแทกลงบนโต๊ะ
“ป๊าบ”.
เสียงขณะที่แก้วกระทบกับโต๊ะ
“พื่ชายเซิ้ง ฉันพบว่ามันแปลกจริงๆ ตั้งแต่เริ่มเลย… ทำไมคุณถึงกล้าที่จะเสี่ยงเข้าร่วมการประชุมใต้ดินเพื่อซื้อของต่างๆ สิ่งอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ในท้ายที่สุดกลับกลายเป็นว่าคุณมีไพ่ลับซ่อนอยู่ ใช่หรือไม่? แต่เมื่อนึกถึงแล้ว การดวลกับคนอื่นแบบตัวต่อตัว... ฉันคิดว่าคุณควรเลิก พวกเขาจะเป็นตระกูลจางและถึงตระกูลหลู่ของคุณจะเป็นใหญ่ในเมืองจั่วเหลียน แต่พวกเขาก็ยังสามารถขยายเครือข่ายมาถึงที่นี่ได้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกเขาจะทำไม่ได้แต่มันก็ยังมีความเสี่ยง ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณ ... ”
หลู่เซิ่งยิ้ม
“ความจริงแล้วฉันหลงใหลในศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ฉันเพียงเก็บไว้ในใจเพราะฉันไม่เคยประสบความสำเร็จเลย ตอนนี้ฉันประสบความสำเร็จเล็กน้อย ฉันคันไม้คันมือจึงอยากจะลองฝึกปฏิบัติในการประชุมใต้ดิน”
“ฝึกปฏิบัติ? เอาจริงดิ คุณพึ่งฆ่าคนไป” เจิ้งเซี่ยนกุ้ยพูดไม่ออก “คุณต้องบอกให้ลุงหลู่รู้เรื่องนี้ เพื่อในกรณีที่ตระกูลจางคาดโทษคุณ อย่างน้อยเขาก็จะได้เตรียมความพร้อม”
“ฉันรู้” หลู่เซิ้งพยักหน้า “เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว เจ้ารู้เกี่ยวกับภูมิหลังของด้วนมู่วานหรือไม่”
“ด้วนมู่วาน…นั่น ฉันไม่รู้จริงๆ ให้ฉันตรวจสอบมันเพื่อพี่ไหม?” เจิ้งเซี่ยนกุ้ยพูดอย่างลังเล เนื่องจากตระกูลเจิ้งของเขาคุ้นเคยกับการจัดการกับสิ่งที่ซับซ้อน ดังนั้นพวกเขาจึงมีความสัมพันธ์และแหล่งข่าวมากกว่าคฤหาสน์หลู่และมีความแข็งแกร่งในด้านนี้
“ก็ดี”
หลู่เซิ้งรินไวน์ให้ตัวเขาเองและจิบเบาๆ
ไวน์ที่นี่จางมากจนถึงเกือบจะไม่แตกต่างไปจากเครื่องดื่มน้ำผลไม้
"ทำไม? ด้วนมู่วานติดต่อพี่งั้นหรอ?
หลู่เซิ้งกำลังจะตอบ
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็มาจากทางเข้ารูปทรงกลมของสวน
เด็กสาววัยรุ่น ที่แต่งตัวด้วยเสื้อคลุมสั้นสีเหลืองห่านเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เด็กสาววัยรุ่นที่เกิดมาพร้อมกับใบหน้ารูปไข่ เอวของเธอเรียวเล็กราวกับว่ามันหักได้ด้วยการแตะเบาๆ
เสื้อคลุมของเธอเปิดด้านหน้าเผยให้เห็นชั้นในสีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่ภายใต้ ซึ่งหุ้มหน้าอกของเธออย่างรัดแน่น แต่เนื่องจากหน้าอกของเธอใหญ่เกินไป มันจึงเด้งขึ้น-ลงขณะที่เธอก้าวเดิน
“พี่ชาย พี่เซิ้ง พวกคุณซ่อนตัวอยู่ที่นี่เอง!”
เมื่อเห็น หลู่เซิ้ง และ เจิ้งเซี่ยนกุ้ย เธอก็พุ่งเข้ามาจัดการเจิ้งเซี่ยนกุ้ยทันที
“ไปเลยไปได้แล้วไอ้พี่โง่! คุณกล้าทิ้งฉันและปล่อยให้ฉันยืนรอที่บ้านเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง!”
“ไม่เจอกันนาน ดูเหมือนว่าเธอจะอารมณ์ไม่ดีนะ?” หลู่เซิ้งยิ้มและทักทายเธอ
“มันเป็นสาเหตุมาจากพี่ชายของฉันอีกครั้ง… เขาบอกว่าเขาจะพาฉันไปคณะดูโอเปร่าทางตอนเหนือของเมือง พวกเขาจะออกเดินทางในตอนบ่าย ถ้าเราไม่ไปตอนนี้เราจะไปสายเกินไป! ฉันรอตั้งนาน แต่เขาก็ไม่ปรากฏ”
เจิ้งหยูเอ๋อเป็นน้องสาวของเจิ้งเซี่ยนกุ้ย น้องสาวแท้ๆ ทางสายเลือด
พวกเขาสองคนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากมิตรภาพของ หลู่เซิ้ง และ เจิ้งเซี่ยนกุ้ย ทำให้เจิ้งหยูเอ๋อสนิทกับหลู่เซิ้งเช่นกัน
“หยูเอ๋อเป็นความผิดของฉันเอง... ”
เจิ้งเซี่ยนกุ้ยรีบกล่าวขอโทษด้วยสีหน้าขมขื่น
“ฉันจะทำตามความต้องการของเธอ ฉันจะทำตามความต้องการของเธอ! ไม่ว่าเธอต้องการอะไรฉันจะซื้อให้!”
ในฐานะบุตรชายคนที่สองที่ควบคุมส่วนหนึ่งของธุรกิจของครอบครัว กระแสการเงินและค่าเบี้ยเลี้ยงของ เจิ้งเซี่ยนกุ้ยมากกว่าน้องสาวของเขา
“ฉันต้องการปากกาหมึกสีม่วงพร้อมกับหมึกสามปึก, ผงเครื่องสำอางตราพระจันทร์แดงสิบกล่อง, ขนนปังผงห้าถุงทุกวัน, ก้านดอกปะการังทุกวัน…”
เจิ้งหยูระบุเงื่อนไขของเธออย่างรวดเร็วราวกับปืนกล เห็นได้ชัดว่าเธอเตรียมมันมาล่วงหน้า
เมื่อเธอกล่าวไปได้สองสามบรรทัด เธอรู้สึกอย่างกระทันหันว่าหลู่เซิ่งอยู่ที่นี่และก้มหัวของโทษด้วยความอาย
จากนั้นเธอก็ก้าวเท้าและเหยียบลงบนเท้าของเจิ้งเซี่ยนกุ้ยอย่างแรง
“อ้าาา!” เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของเจิ้งเซี่ยนกุ้ยสะท้อนออกมาในสวน
“น้องสาวที่ดี น้องสาวที่น่ารัก! โปรดกลับบ้าน! เราจะคุยกันเมื่อถึงบ้าน!”
ในไม่นาน
หลู่เซิ่งมองอย่างขำๆ ขณะที่เจิ้งหยูดึงหูของเจิ้งเซี่ยนกุ้ยเพื่อลากเขากลับบ้าน
เขานั่งมองม้านั่งหิน ขณะคนรับใช้ทำความสะอาดขวดไวน์และเศษอาหาร
“พลังร้ายสีดำ... มันสามารถเพิ่มสมรรถภาพทางกายของฉันได้ แต่มันไม่สมบูรณ์และไม่เหมาะสำหรับฉัน น่าเสียดาย… ฉันไม่มีทางเลือกที่ดีในตอนนี้”
เขาปิดตาและเริ่มจินตนาการว่าพลังชี่โคจรจากปลายเท้าของเขาจากนั้นรวมเข้าไปในท้องของเขาก่อนที่จะแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของเขาตามเส้นทางที่บันทึกไว้ในทักษะพลังร้ายสีดำ
(เปลี่ยนจาก ลมปราณ เป็น พลังชี่ นะครับ มันมีความหมายเหมือนกันแต่ขอใช้คำว่าชี่จะดูเข้ากับเรื่องนี้มากกว่าครับ)
นี่เป็นวิธีเริ่มต้นสู่ระดับที่หนึ่งของทักษะพลังร้ายสีดำ
มันเรียบง่ายมาก แต่มันก็มีความต้องการอย่างมากในเรื่องของพรสวรรค์โดยกำเนิด ตามคู่มือ โดยทั่วไปคนๆ หนึ่งใช้เวลาอย่างน้อยหลายวันถึงหนึ่งเดือนเพื่อสร้างพลังชี่
นี่ถือว่าไม่นาน
ขั้นตอนแรกของเขาคือการเริ่มต้นทักษะนี้ จากนั้นเขาจะพบทักษะที่สอดคล้องในตัวปรับเปลี่ยนและเริ่มดัดแปลง
ดังนั้นจึงไม่มีทางลัดสำหรับหลู่เซิ้งในรอบนี้
"นายน้อย"
เฉียวน้อยเดินออกจากห้องของเธอแล้วร้องเบาๆ
"เกิดอะไรขึ้น?"
เฉียวน้อยมองไปที่หลู่เซิ้ง นายน้อยของเธอดูวอกแวกเมื่อไม่นานมานี้ แต่เธอก็ไม่ทราบสาเหตุ
“มีบางสิ่งที่รบกวนจิตใจท่านหรือไม่?” ผู้ที่ใจดีและเข้าใจคนอื่นเสมออย่างเฉียวน้อยถามอย่างระมัดระวัง
“อย่าคาดเดามั่ว มันเป็นปัญหาของฉันเอง” หลู่เซิ้งนั่งบนม้านั่งแล้วหลับตาและเริ่มโยกตัวไปมาเบาๆ
หน้าจอปรับเปลี่ยนสีน้ำเงินเข้มลอยอยู่ตรงหน้าเขา
หลู่เซิ้งตรวจสอบตั้งแต่บนลงล่าง พบว่ามีข้อความในช่องว่างของแถวแรก: เทคนิดกระบี่เสือดำ ระดับ 4
สำหรับทักษะพลังร้ายสีดำ มันไม่มีปรากฏ ด้วยความคิดหลู่เซิ้งปิดตัวปรับเปลี่ยนและลุกขึ้นจากม้านั่งหิน
เนื่องจากทักษะพลังร้ายสีดำอยู่ในมือของเขา เขาก็ต้องฝึก ตราบใดที่มีความเป็นไปได้แม้จะเพียงเล็กน้อยเขาก็จะเริ่ม การเดินทางของเขาจะไม่สูญเปล่า
อีกไม่กี่วันต่อมา
หลู่เซิ้งไม่ได้ไปไหน เขาอยู่ในคฤหาสน์หลู่เพื่อฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ของเขาอย่างหนัก
เนื่องจากเทคนิดกระบี่เสือดำของเขาถูกเปิดเผยเขาก็อาจจะไม่สามารถซ่อนมันได้อีกต่อไป และมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าจะเปิดเผย
ในเวลาเดียวกัน หลู่เซิ่งเริ่มปรึกษาลุงจ้าวเกี่ยวกับกลยุทธ์สำคัญและประสบการณ์การต่อสู้จริง จุดประสงค์หลักของเขาในการทำเช่นนั้นคือ การจงใจเปิดเผยว่าเขาได้เรียนรู้เทคนิคบางอย่างของกระบี่เสือดำด้วยตัวเอง
แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญเทคนิคกระบี่แล้ว เขาก็ยังต้องการคำแนะนำโดยละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานจริงรวมถึงเวลาที่เหมาะสมในการโจมตีซึ่งจะต้องใช้กับคู่ต่อสู้ชนิดใด... สิ่งเหล่านี้ล้วนอิงจากประสบการณ์
ใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น เขาได้แพร่กระจายวิธีการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างลับๆ ทั่วคฤหาสน์หลู่
***
สามวันต่อมา...
“เป้ง เป้ง เป้ง!”
บนเวทีทั้ง หลู่เซิ้ง และ ลุงจ้าว ต่างคนต่างตวัดกระบี่เพื่อพุ่งเข้าใส่กันและกันอย่างรวดเร็ว
ลำแสงสองเส้นที่สะท้อนออกมากของกระบี่ปะทะกันทุกวินาทีเหมือนลูกบอลเงินสองลูก
ลุงจ้าวหลบไปด้านข้าง
ด้วยการแสดงออกอย่างเคร่งขรึมและผมที่ลุกฟูของเขา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
“เสือพิฆาต!”
“*เสียงคำราม*!”
เสียงคำรามของเสือดังขึ้นมาตามสายลม ในขณะที่กระบี่ยาวในมือของลุงจ้าวเจาะไปที่ข้อมือของหลู่เซิ้งเหมือนดาวตก!
“เสือพิฆาต!”
ในช่วงเวลานั้นเองหลู่เซิ้งคำราและโจมตีด้วยเสือพิฆาตเช่นกัน!
ทั้งสองต่อสู้กันนานก่อนที่หลู่เซิ้งจะแสร้งทำเป็นตอบโต้ไม่ทัน และในเวลานั้นเองเขาก็ใช้เสือพิฆาต
จังหวะของเขาช้ากว่าจังหวะของลุงจ้าว
“เป้ง”
ปลายกระบี่ของทั้งสองชนกันอย่างดุเดือด
จากนั้นร่างสองร่างก็แยกออกจากกันก่อนจ้องมองกันและกัน
หลู่เซิ่งก้มหัวลงมองแล้วเห็นว่าแขนเสื้อข้างขวาของเขาขาดหายไป ในทันใดนั้นใบหน้าแห่งความเคารพก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
“สมกับเป็นลุงจ้าว!”
เขายิ้มขณะที่ยังถือกระบี่และยืนตรง
“มันทรงพลังมาก… ทรงพลังจริงๆ … สามารถใช้เสือพิฆาตได้ในระยะเวลาอันสั้น แม้ว่านายน้อยจะเคยฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างลับๆ แต่มันนานแค่ไหนกันหลังจากที่ท่านได้รับกระบี่…? ให้เวลาอีกเล็กน้อย โดยไม่สงสัย นายน้อยจะก้าวข้ามชายชราอย่างฉันไปได้อย่างแน่นอน ในเมืองจั่วเหลียน ท่านสามารถครองตำแหน่งอันดับ 5 ได้อย่างไร้กังวล” ลุงจ้าวกล่าว
“ทีแรกฉันคิดว่านายน้อยยอมแพ้ในการฝึกฝนกระบี่... แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า... ”
หลู่เซิ้งหัวเราะ
“หยุดยอฉันได้แล้วลุงจ้าว คุณเป็นหนึ่งในสี่ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของจั่วเหลียน ฉันจะเอาชนะคุณได้อย่างง่ายดายเพียงนั้นได้อย่างไร”
“ไม่ไม่ไม่ ฉันไม่คู่ควรกับตำแหน่งนั้น ฉันแก่มาแล้ว ความห้าวหาญในวัยหนุ่มของฉันหายไปแล้ว" ลุงจ้าวโบกมืออย่างรวดเร็ว
“แต่พรสวรรค์ของนายน้อยนั้นช่างน่าประหลาดใจ… เพื่อที่สามารถฝึกฝนเทคนิดกระบี่เสือดำระดับแรกได้ในระยะเวลาอันสั้น พิจารณาได้ว่าท่านมีความสามารถพอที่จะเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ได้อีกสองสามอย่าง”
“เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้อีกสองสามอย่าง? ลุงจ้าวแปลว่าอย่างไร…?” หลู่เซิ้งขมวดคิ้ว
ลุงจ้าวหัวเราะ
“ฉันตาแก่จ้าวยังมีหน้าที่ในเมืองจั่วเหลียน ในทางกลับกันท่าน นายน้อยแห่งตระกูลหลู่ ท่านมีชื่อเสียงและความมั่งคั่ง เมื่อรวมสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันฉันควรจะสามารถเกลี้ยกล่อมเหล่าตาแก่ให้ออกมาจากถ้ำพร้อมกับศิลปะการต่อสู้สูงสุดของพวกเขา เพื่อให้พวกเขามาสอนท่าน
เมื่อพูดถึงมันแล้ว อย่างคาดการณ์ศิลปะการต่อสู้สูงสุดเหล่านี้ ทั้งหมดคงสามารถจัดเป็นศิลปะการต่อสู้ระดับสาม ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเดียวกับเทคนิดกระบี่เสือดำ หากนายน้อยสนใจฉันสามารถแนะนำท่านให้รู้จักกับคนเหล่านี้ได้”
ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น